|
 ครบรอบ 60 ปีเข้าไปแล้วสำหรับ งานเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่อีกงานของยุโรปอย่างเทศกาลเบอร์ลิน ซึ่งเริ่มเปิดฉากกันแล้วในวันนี้ 11 ก.พ. และจะปิดงานกันในวันที่ 21 ก.พ. ปีนี้ค่อนข้างจะเป็นปีพิเศษสำหรับหนังจากเอเชียเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากหนังเอเชียเราจะได้รับเกียรติให้ฉายเป็นหนังเปิดเทศกาลด้วยเรื่อง Apart Together แล้ว หนังจากเอเชียก็ยังได้รับเลือกให้เป็นหนังปิดเทศกาลในปีนี้อีกด้วยจากเรื่อง About her Brother ถือว่าเบอร์ลินปีนี้เน้นหนังจากเอเชียเป็นพิเศษเลยก็ว่าได้
Apart Together เป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับจีน หวัง ฉ่วนอัน(Wang Quan'an) ซึ่งถือเป็นผู้กำกับรุ่นที่ 6 ของจีน หวังจบจากสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่งในปี 1991 เขาค่อนข้างที่แตกต่างจากผู้กำกับในรุ่นเดียวกัน ที่มักทำหนังสะท้อนวิถีชีวิตของคนจีนยุคใหม่ในเมือง ในขณะที่หวังสนใจที่จะถ่ายทอดชีวิตผู้คนในชนบทมากกว่า เขามีผลงานมาแล้วก่อนหน้านี้ 5 เรื่อง ได้แก่ Lunar Eclipse(1999) Jingzhe หรือ Story of Ermei (2004) Tuya's Marriage(2006) ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับหวังได้รางวัลหมีทองคำจากเทศกาลเบอร์ลินแห่งนี้มาแล้ว และเรื่อง Weaving Girl ในปี 2009 ซึ่งตอนนี้หวังฉ่วนอันกำลังมีโปรเจ็คท์ใหม่ในเรื่อง Bai Lu Yuan (White Deer Plain) ที่อยู่ระหว่างเตรียมงานสร้าง โดยเขาตั้งใจจะนำจางอี้โหมว ผู้กำกับรุ่นพี่ชื่อดัง มาแสดงนำในหนังด้วย Apart Together เป็นเรื่องราวของอดีตนายทหารก๊กมินตั๋งชาวจีน ที่ถูกบีบให้หนีกองทัพแดงของเหมาไปยังไต้หวัน ในปี 1949 ช่วงสงครามกลางเมืองในจีน หลังจากพลัดพรากกับคนรักนานนับสิบปี เขาตัดสินใจเดินทางมาเซี่ยงไฮ้ เพื่อตามหาคนรักให้พบ และตั้งใจจะพาเธอกลับไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ไต้หวัน แต่หลังจากได้พบเธอเขาก็พบว่าเธอนั้นสร้างครอบครัวใหม่ของเธอแล้ว เรื่องนี้น่าจะเป็นงานดราม่าที่เรียกน้ำตาผู้ชมได้ไม่ยาก โดย Apart Together นั้นได้รับเลือกให้เข้าชิงในสายประกวดด้วย และมีโอกาสที่หวังจะได้รางวัลซ้ำรอยอีกครั้ง ซึ่งประธานจัดงานเบอร์ลิน Dieter Kosslick ได้เคยให้เหตุผลในการเลือกหนังเรื่องนี้ไว้ว่า "เหตุผลหลักก็คือมันเป็นหนังครอบครัว ถึงแม้จะเป็นครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถเข้าถึงประวัติศาสตร์ของชาวเยอรมันร่วมกันได้ เพราะมันเป็นการกลับมาพบหน้ากันของครอบครัวอีกครั้ง" 
ภาพยนตร์จีนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าชิงชัยในเวทีเบอร์ลินคราวนี้ ยังมีหนังล่าสุดของจางอี้โหมวอีกเรื่องที่มาสร้างความน่าสนใจให้งาน หนังเรื่องนี้คือ A Woman, a Gun and a Noodle Shop หรือ A Simple Noodle Story งานรีเมคผลงานคลาสสิคซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของพี่น้องโคเอน ในปี 1985 เรื่อง Blood Simple นั่นเอง หนังตลกร้ายเขย่าขวัญย้อนยุค เรื่องราวของแผนฆาตกรรมภรรยาตัวเองและชายชู้ของเจ้าของร้านบะหมี่ ที่สุดท้ายแผนก็ผิดพลาด หนังที่สะท้อนให้เห็นถึงกิเลสตัณหาที่สามารถกลืนกินความเป็นคน การเสียดสีถึงสัจธรรมเรื่องความไม่แน่นอนของชีวิตที่สุดจะคาดเดา 
จางอี้โหมวให้สัมภาษณ์ถึงการรีเมคหนังเรื่องนี้ว่า "ผมชอบงานของพี่น้องโคเอนทุกเรื่อง ผมได้ดู Blood Simple หนังเรื่องแรกของพวกเขาเมื่อซัก 20 ปีก่อนในเทศกาลภาพยนตร์แห่งหนึ่ง มันประทับใจมาก หนังเรื่องนี้ยังคงวนเวียนในหัวแม้ผมจะไม่ได้ดูมันอีกเลยก็ตาม ผมนำมันมาสร้างใหม่โดยเติมรสชาติความเป็นจีนลงไป ผมใช้นักแสดงตลกหนุ่ม Xiao Shenyang ซึ่งเริ่มมีชื่อเสียงในจีน มาเล่นเพื่อสร้างอารมณ์ขันให้กับหนังตั้งแต่ต้น จากความสนุกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นลึกลับ ผมยังได้เสริมความสวยงามของอุปกรากรณ์จีนโบราณลงไปด้วย ผลลัพธ์ก็คือการจำกัดตัวละครให้อยู่ในที่เดียวกัน ตัวละครแต่ละคนจะเปลี่ยนบทบาทซึ่งกันและกัน และทำสิ่งผิดพลาดคล้ายๆ กัน แสดงให้เห็นถึงความไร้สาระของชีวิตคนเรา บางสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เราไม่อาจควบคุมมันได้" งานแนวตลกร้ายแบบนี้อาจของใหม่สำหรับจางอี้โหมวรวมถึงแฟนหนังด้วย ทำให้ผลลัพธ์จากคนดูที่ได้ชมมาก่อนหน้านี้ดูไม่ค่อยจะน่าแฮปปี้สักเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นความคาดหวังในหนังแบบเดิมๆ จากคนดูของจางอี้โหมวก็เป็นได้ 
อีกหนึ่งหนังเอเชียที่เข้าร่วมในสายประกวดปีนี้เป็นหนังจากญี่ปุ่น Caterpilla ของผู้กำกับ โคจิ วาคามัทซึ งานดราม่าเรื่องราวของนายทหารที่กลับจากสงคราม ผู้กองคูโรคาวา กลับมาในสภาพพิการ ไม่มีทั้งขาและแขน ต้องอยู่แต่ในรถเข็น ในไม่ช้าทุกๆ คนในหมู่บ้าน ทั้งเพื่อนบ้าน เพื่อนสนิทและญาติ ต่างก็รู้และเฝ้าจับตามองภรรยาของเขา ชิเงโกะ ว่าจะทำดำเนินชีวิตต่อไปเช่นไร 
สำหรับหนังปิดเทศกาลนั้น ทางผู้จัดได้เลือกเอา About Her Brother หนังดราม่าเรื่องล่าสุดของผู้กำกับผู้คร่ำหวอดชาวญี่ปุ่น Yoji Yamada เจ้าของงานหนังชุดโทราซังที่โด่งดังในอดีต ผู้กำกับวัย 78 ปีผู้นี้กำกับหนังมาแล้ว 80 เรื่องในรอบ 40 ปี เรื่องนี้จะเป็นผลงานลำดับที่ 81 ของยามาดะ About her brother มาฉายปิดงานนับเป็นการให้เกียรติต่อผู้กำกับอาวุโสท่านนี้ไม่น้อย แม้หนังจะไม่ได้เข้าประกวดด้วยก็ตาม 
โดยในบรรดาหนังนับร้อยเรื่องที่เข้าฉายปีนี้ มีหนังภาษาจีนอยู่ถึง 10 เรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ ยาจกซู ตำนานหมัดเมา หรือ True Legend ซึ่งกำลังจะเข้าฉายบ้านเรา งานล่าสุดของหยวนหวูปิง ที่ได้โจวเหวินฟะ ดอนนี่เยน สองดาราที่เคยรับบทยาจกซูมาก่อน มาร่วมแสดงด้วย ฉบับนี้ได้เจ้าเหวินจั๋วเป็นดารานำ นอกจากนี้ก็ยังมีเจย์ โชว และมิชเชล เหยา และอดีตดาราผู้ล่วงลับเดวิด คาราดีน มาร่วมสร้างสีสันด้วย (เรื่องนี้ได้ข่าวว่าจะฉายในระบบ 3 มิติอีกด้วย) 
หนังเด่นอีกเรื่องก็คือ Little Big Soldier ที่ได้เฉินหลง มาจับคู่กับหวังลี่หง ดาราหนุ่ม เป็นคู่บัดดี้ในหนังเสียดสีสงคราม แนวแอ๊คชั่นคอมเมอดี้ เรื่องของนายทหารแก่ที่อยากจะเอาตัวรอดจากสงคราม กับอีกหนึ่งนายพลหนุ่มที่มุ่งหวังจะพิชิตศึกศัตรู ซึ่งภายหลังจากการรบที่นองเลือด ทั้งสองคนคือผู้ที่เหลือรอดจากศึกครั้งนั้น นายทหารแก่(เฉินหลง)พบร่างนายพลหนุ่ม(หวังลี่หง)ในสภาพบาดเจ็บสาหัส จึงวางแผนจับตัวนายพล เพื่อหวังเดินทางไกลนำนายพลไปส่งเพื่อรับรางวัล โดยปรารถนาว่าจะไม่ต้องออกศึกอีก ในระหว่างทางนายพลหนุ่มที่บาดเจ็บ ก็รู้สึกเหมือนโดนเย้ยหยันดูแคลน และคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งแต่ก็ได้ทหารแก่ช่วยไว้ได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันจนกลายเป็นสหาย และร่วมต่อสู้กับศัตรูที่แท้จริง หนังเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่เฉินหลงฝันที่จะทำมาร่วม 20 ปี จนได้พบกับผู้กำกับคนนี้ หนังกำกับโดย ติงเฉิง มีกำหนดฉายในจีน 14 ก.พ. นี้ 
ในส่วนหนังจากไต้หวันก็ได้เข้าร่วมเทศกาลเบอร์ลินด้วย โดยมีหนังน่าสนใจ 2 เรื่องจากไต้หวันก็คือ One Day ของผู้กำกับรุ่นใหม่ Hou Chi-Jan ซึ่งเคยสร้างชื่อจากสารคดีเรื่องแรก Taiwan Black Movies มาแล้วในปี 2006 หนังเรื่องนี้เป็นงานดราม่า เรื่องราวของหญิงสาวที่เฝ้าวนเวียนแต่ฝันซ้ำๆ ถึงการพบเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่เธอไม่อาจเห็นหน้าตาหรือได้ยินเสียงของเขาเลย จนคืนหนึ่งขณะที่เธอเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ เธอก็ได้พบกับชายหนุ่มที่อ้างว่าเขาเป็นคนรักของเธอในอนาคต เธอไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูด แต่หลังจากนั้นเธอก็ได้พบกับเรื่องราวประหลาดมากมายที่ทำให้เธอเริ่มเชื่อว่าสิ่งที่ชายหนุ่มบอกอาจจะเป็นความจริง 
อีกเรื่องก็คือ Au Revoir Taipei จากฝีมือของผู้กำกับ Arvin Chen ที่สร้างชื่อจากงานหนังสั้น โดยเคยได้รางวัลรองชนะเลิศสาขา Best Short Film ในเทศกาลเบอร์ลินนี้มาแล้วในปี 2006 จากเรื่อง Mei ซึ่ง Au Revoir Taipei นี้เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของเขา เป็นแนวโรมานซ์คอมเมอดี้ ทั้งสองเรื่องนี้ถูกจับอยู่ในกลุ่ม New Cinema ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง 
หนังจากอินเดียหรือ Bollywood ก็ได้เข้าร่วมงานเทศกาลด้วย หนังเด่นก็คืองานใหม่ของ ศาห์รุค คาน (Shahrukh Khan) ที่แสดงคู่กับ Kajol ในเรื่อง My name is Khan ซึ่งกำกับโดย Karan Johar หนังได้ Fox Searchlight จัดจำหน่ายทั่วโลก เรื่องย่อของหนัง เริ่มจากเด็กชายที่ชื่อ Rizwan Khan มุสลิมที่มีอาการแปลกแยกสังคม เขาอยู่กับมารดาใน Borivali เขตหนึ่งของมุมไบ เมื่อเติบโตขึ้น Rizwan(คาน) ก็ย้ายไปซานฟรานซิสโกเพื่ออยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้ เขาได้พบรักกับ Mandira(Kajol) ทั้งสองแต่งงานและเริ่มต้นธุรกิจ ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 ทั้งสองต้องพบกับอุปสรรคในชีวิตจนต้องแยกทางกัน Rizwan พยายามเอาชนะใจเพื่อจะกลับมาคืนดีกับ Mandira จนเขาต้องออกเดินทางไปทั่วสหรัฐ เหล่านี้คือหนังเอเชียที่น่าสนใจสำหรับเทศกาลเบอร์ลินในปีนี้ ซึ่งก็ต้องฝากความหวังไว้กับหนัง 3 เรื่องที่เข้าประกวด ก็ต้องลุ้นกันว่าในวันที่ 21 ก.พ. นี้จะมีรายชื่อหนังเอเชียคว้ารางวัลสำคัญมาได้หรือเปล่า |